วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

ประกันชีวิต

รูปจากอินเตอร์เนท

ประกันชีวิต คือ อะไร ? 

ให้นิยามการประกันชีวิตอย่างง่ายๆ คือ การประกันชีวิต เป็นสัญญาระหว่างผู้ให้ประกัน ซึ่งมักเป็นบริษัทประกันชีวิต กับผู้เอาประกัน โดยผู้เอาประกันต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ผู้รับประกัน หากผู้เอาประกันเกิดเสียชีวิตขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับภายในเงื่อนไขในกรมธรรม์ บริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้รับผลประโยชน์เรียกว่าเงินสินไหม โดยรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับจำนวนทุนประกันชีวิตที่ทำไว้


รูปแบบ/ชนิดของการประกันชีวิต


  1. ประกันชีวิตแบบช่วงระยะเวลา (Term) เป็นกรมธรรม์ที่มีอายุจำกัด บริษัทจะจ่ายเงินสินไหมให้ผู้รับผลประโยชน์ หากผู้เอาประกันเสียชีวิตในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับ แต่ไม่มีเงินคืนเมื่อครบอายุกรมธรรม์ ตัวอย่างการเลือกประกันประเภทนี้ เช่น เพื่อการประกันความเสี่ยงในการผ่อนบ้าน ถึงแม้ว่าผู้ที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเกิดเสียชีวิต สมาชิกในครอบครัวซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ จะได้เงินประกันสำหรับชำระค่าผ่อนต่อโดยไม่มีภาระทางการเงิน
  2. ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์ (Endowment) เป็นกรมธรรม์ที่มีอายุจำกัด บริษัทจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้รับผลประโยชน์เมื่อเสียชีวิต แต่หากมีชีวิตครบอายุกรมธรรม์ก็จะมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับผู้เอาประกัน
  3. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Wholelife) เป็นการรับประกันชีวิตตลอดอายุผู้เอาประกัน(ในทางการค้า 90-99 ปี)
  4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ (Annuity)คล้ายกับแบบออมทรัพย์ โดยบริษัทประกันชีวิตจะเก็บเบี้ยประกันจนถึงอายุระดับหนึ่งแล้วทยอยจ่ายคืนเงินให้กับผู้เอาประกัน
  5. ประกันชีวิตควบการลงทุน (unit linked) เป็นการทำประกันชีวิตโดยได้ความคุ้มครองค่าความสามารถและในขณะเดียวกันก็ไม่เสียโอกาสในการลงทุนในกองทุนรวมที่ทางบริษัทประกันคัดสรรมาให้ผู้เอาประกันได้เลือกลงทุนตามความเสี่ยงที่ผู้เอาประกันรับได้ โดยตัวแทนที่ทำหน้าที่นำเสนอขายแบบประกันนี้จะต้องมีใบอนุญาตSingle Licenseจากกลต.ด้วย

ประกันชีวิตไม่ครอบคลุมอะไรบ้าง

  1. การฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญาหรือต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้ายจะถือว่าเป็นข้อยกเว้นในการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยตามกฎหมาย เพื่ยเป็นการป้องกันมิให้คิดการฆ่าตัวตาย เพื่อหวังจำนวนเงินเอาประกัน
  2. ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันภัยโดยเจตนา ถือเป็นข้อยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกันภัยตามกฎหมาย เพราะบุคคลจะรับประโยชน์จากการทำผิดของตนไม่ได้ แต่ถ้ามีผู้รับประโยชน์มากกว่า 1 คน และไม่มีส่วนร่วมในการฆ่าผู้เอาประกันภัยแล้ว บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ที่ไม่มีส่วนร่วมในการฆ่าผู้เอาประกันภัยตามส่วน
  3. การเสียชีวิตโดยธรรมชาติในระยะเวลารอคอย กรมธรรม์ประกันภัยบางประเภทที่ทำการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายเดือนมีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ และการรับประกันชีวิตไม่มีการตรวจสุขภาพผู้ขอเอาประกันเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยจะมีระยะเวลารอคอย 180 วัน นับแต่วันทำสัญญา หรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตโดยธรรมชาติในช่วงระยะเวลารอคอย บริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยที่ชำระไปแล้วคืนให้ แต่ถ้าเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุบริษัทจะต้องจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้
  4. การปกปิดอายุจริงของผู้เอาประกันภัย อยู่นอกจำกัดอัตราการค้าปกติของบริษัท หากบริษัทพิสูจน์ได้ว่า ในขณะที่ทำสัญญาประกันชีวิต อายุที่ถูกต้องแท้จริงของผู้เอาประกันภัยอยู่นอกจำกัดอัตราการค้าปกติแล้ว บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยการบอกล้างสัญญาประกันภัยได้
  5. การปกปิดข้อความจริงและแถลงข้อความเท็จ การที่ผู้เอาประกันภัยปกปิดข้อความจริง ตลอดจนการแถลงข้อความที่เป็นเท็จในใบคำขอเอาประกันภัยซึ่งเป็นสาระสำคัญในการพิจารณารับประกันชีวิต บริษัทมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย โดยการบอกล้างสัญญาภายใน 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ทำสัญญาประกันภัย หรือ วันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย
ที่มา : คู่มือ ประกันชีวิต